ประกัยภัยรถยนต์
ประกันภัยการเดินทาง
ประกันภัยอัคคีภัย
ประกันภัยอุบัติเหตุ
ประกันสุขภาพ
ประกันภัยธุรกิจ
ประกันภัยทางทะเล
dot

dot




เมื่อต้องการ "หยุดส่งประกันชีวิต"

"หยุดส่งประกันชีวิต"


 ดังต่อไปนี้
1. การลดจำนวนเงินเอาประกันภัย
2. ขอเปลี่ยนแบบการประกันชีวิต
3. ขอยกเลิกสัญญาเพิ่มเติมกรมธรรม์ประกันภัย
4. ขอเปลี่ยนงวดการชำระเบี้ยประกันภัย
5. ขอเปลี่ยนกรมธรรม์เป็นกรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จหรือขยายเวลา
6. ขอกู้ยืมเงินในกรมธรรม์ประกันภัย

 

เมื่อต้องการ "หยุดส่งประกันชีวิต" ต้องทำอย่างไร?

1. การลดจำนวนเงินเอาประกันภัย
ทำให้เบี้ยประกันภัยที่ต้องชำระลดลง ซึ่งผู้เอาประกันภัยสามารถติดต่อที่บริษัท, สาขา ที่ได้ทำประกันชีวิตไว้ เพื่อความสะดวกอาจจะติดต่อผ่านตัวแทนที่ดูแลอยู่เพื่ออำนวยความสะดวกและแนะนำวิธีการดีๆ

2. ขอเปลี่ยนแบบการประกันชีวิต
แบบการประกันชีวิตที่มีเงื่อนไขการจ่ายเงินผลประโยชน์มากๆ เช่น จ่ายคืนทุกปี ปีละหลาย % ,เบี้ยประกันภัยที่ต้องชำระในแต่ละงวดจะมีจำนวนมากด้วย การขอเปลี่ยนเป็นแบบที่มีเงื่อนไขการจ่ายผลประโยชน์ที่น้อยลงจะทำให้เบี้ย ประกันภัยที่ต้องชำระในแต่ละงวดลดลงด้วย ซึ่งผู้เอาประกันภัยสามารถติดต่อบริษัท, สาขาของบริษัทที่ได้ทำประกัน ชีวิตไว้หรือติดต่ผ่านตัวแทนเพื่ออำนวยความสะดวก

3. ขอยกเลิกสัญญาเพิ่มเติมกรมธรรม์ประกันภัย
สัญญาเพิ่มเติม เช่น ประกันอุบัติเหตุ ประกันสุขภาพ ประกันชดเชยรายได้ ประกันโรคร้ายแรง ฯลฯ ซึ่งส่วนมากจะมีระยะเวลาในการให้ความคุ้มครอง ปีต่อปี คือ เมื่อครบ1ปี ก็หมดความคุ้มครอง หากต้องการคุ้มครองต่อก็ชำระเบี้ยเข้ามาตามปกติ โดยบริจะต่อความคุ้มครองให้อัตโนมัติ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วผู้เอาประกันจะขอยกเลิกก่อนก้ย่อมทำได้เช่นกัน

การขอยกเลิกสัญญาเพิ่มเติม จะทำให้เบี้ยประกันภัยที่ต้องชำระในแต่ละงวดลดลงไปด้วย โดยแจ้งให้บริษัททราบและหากสัญญาครบปีพอดีก็ ไม่ต้องชำระเบี้ยประกันภัยของสัญญาเพิ่มเติมนั้นต่อไป ชำระเพียงทุนประกันหลักเท่านั้น

4. ขอเปลี่ยนงวดการชำระเบี้ยประกันภัย
ผู้เอาประกันสามารถเปลี่ยนงวดการชำระได้ เช่น จากรายปีเป็นราย 6 เดือน 3 เดือน หรือ 1 เดือน
โดยทั้วไป หากชำระรายเดือนอยู่แล้วต้องการเปลี่ยนรายปี เบี้ยประกันจะลดลง เนื่องจากเสมือนเป็นการจ่ายล่วงหน้า แต่หากเดิมจ่ายรายปี แต่ต้องการเปลี่ยนเป็นรายเดือน เบี้ยประกันก็จะสูงขึ้น เนื่องจากเสมือนเป็นการจ่ายผ่อน ยกเว้นกรรีที่เป็นแบบประกันรายเดือนโดยเฉพาะ
ซึ่งแบบประกันดังกล่าว แม้จะชำระเป็นรายเดือนหรือ รายปี ก็ชำระเบี้ยรวม ต่อปี เท่ากัน

5. ขอเปลี่ยนกรมธรรม์เป็นกรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จหรือขยายเวลา
เมื่อชำระเบี้ยประกันภัยมาแล้วจนมีมูลค่าเวนคืนเงินสดเกิดขึ้น(โดยทั่วไป กรมธรรม์ครบ 2 ปีขึ้นไป) ผู้เอาประกันภัยสามารถไปติดต่อบริษัทหรือสาขาของบริษัทที่ทำประกันชีวิตไว้ เพื่อแปลงเป็นกรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จหรือขยายเวลา

5.1 กรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จ

คือ การแปลงกรมธรรม์ที่ทำให้ผู้เอาประกันภัยยังคงได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไข กรมธรรม์เดิม หรือตามที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ โดยยังคงมีระยะเวลาความคุ้มครองเท่าเดิม แต่จำนวนเงินเอาประกันภัยลดลง
5.2 กรมธรรม์ขยายเวลา
คือการแปลงกรมธรรม์เดิมเป็นกรมธรรม์แบบชั่วระยะเวลา ที่มีจำนวนเงินเอาประกันภัยเท่าเดิม แต่ระยะความคุ้มครองลดลง ถ้าผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตภายในระยะเวลาที่ขยายออกไป ผู้รับประโยชน์ก็จะได้รับจำนวนเงินเอาประกันภัย แต่ถ้าผู้เอาประกันภัยมีชีวิตอยู่จนครบระยะเวลาที่ขยายออกไป กรมธรรม์ก็จะสิ้นผลบังคับโดยที่จะไม่ได้รับจำนวนเงินเอาประกันภัย

6. ขอกู้ยืมเงินในกรมธรรม์ประกันภัย
เมื่อชำระเบี้ยประกันภัยมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือกรมธรรม์มีมูลค่าเวนคืนเงินสดเกิดขึ้น ผู้เอาประกันภัยสามารถกู้ยืมเงินได้โดยจำนวนเงินที่กู้ได้ไม่เกินมูลค่าเวน คืนกรมธรรม์ และคิดดอกเบี้ย เช่น 8% ต่อปีเป็นต้น




ประกันภัยน่ารู้

เลือกซื้อบ้านอย่างไรไม่ให้ผิดหวัง
ภัยจากป้ายโฆษณาหล่นทับ ใครรับผิดชอบ
ทำอย่างไรเมื่อคู่กรณีหลบหนี
เบี้ยประกันภัยแพงเกินไป ทำอย่างไร ซื้อประกันภัยรถยนต์ให้ถูกลง
ประเภทรถที่ต้องทำและไม่ต้องทำ พรบ.
การประกันภัยทางทะเลและขนส่ง
เบี้ยประกันชีวิต เพื่อหักลดหย่อนภาษี
ทำประกันอย่างไร.. ได้ประโยชน์สูงสุด?
ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1และ2 ,3 มีความแตกต่างกันอย่างไร