ประกัยภัยรถยนต์
ประกันภัยการเดินทาง
ประกันภัยอัคคีภัย
ประกันภัยอุบัติเหตุ
ประกันสุขภาพ
ประกันภัยธุรกิจ
ประกันภัยทางทะเล
dot

dot


Instagram


เสียหายอย่างไรถึงจะจ่ายเต็มทุน

เสียหายอย่างไรถึงจะจ่ายเต็มทุน


เคยไหม!? ขับรถมาหลายปี ขับได้ดีไม่มีปัญหา อยู่มาวันหนึ่งก็มีรถมาเสยท้ายอย่างหนัก ความเสียหายที่ได้รับ จะได้รับการชดเชยได้อย่างไร แล้วแบบไหนที่เรียกว่าซ่อมได้ ซ่อมไม่ได้ เรามาไขข้อข้องใจกัน
เมื่อรถเกิดประสบอุบัติเหตุและมีความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว เราสามารถแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะคือ

 

  1. รถได้รับความเสียหายบางส่วน ซึ่งไม่ดท่ากับเสียหายทั้งคันหรือมีความเสียหายน้อยกว่า 70% ของมูลค่ารถยนต์ในขณะนั้น คือรถยนต์ที่เสียหายแต่สามารถซ่อมให้อยู่ในสภาพเดิมได้ ซึ่งบริษัทรับประกันและผู้เอาประกันอาจตกลงกันว่าจะมีการซ่อม หรือเปลี่ยนอะไหล่หรือรถยนต์ ซึ่งมีสภาพเดียวกันแทนได้ หรือจะชดใช้เป็นเงินเพื่อทดแทนความเสียหายที่เกิดขึ้น หากกรณีต้องสั่งอะไหล่จากต่างประเทศ บริษัทประกันภัยก็จะชดใช้ตามมูลค่า และไม่เกินกว่าราคานำเข้าที่ขนส่งมาทางเรือให้
  2. รถยนต์เสียหายโดยสิ้นเชิง ใยที่นี้หมายถึง รถยนต์ได้รับความเสียหายจนไม่สามารถซ่อมให้กลับมาในสภาพเดิมได้ หรือถ้าซ่อม ค่าใช้จ่ายในการซ่อมเกิน 70% ของมูลค่ารถในขณะนั้น เรียกว่า มีความเสียหายเกิน 70 %  โดยทั่วไปมักเรียกว่าซากรถ ซึ่งบริษัทประกันภัยต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนใก้ผู้เอาประกัน หรือเจ้าของรถเต็มจำนวนเงินที่เอาประกันที่ระบุไว้ในกรรมธรรม์ประกันภัย

         สำหรับกรณีที่ผู้เอาประกันภัย ยังมีภาระในการผ่อนรถยนต์คันดังกล่าวกับลิสซื่ง/ไฟแนนซ์อยู่ สังเกตได้ในกรมธรรม์ประกันภัยจะระบุผู้รับประโยชน์เป็นชื่อของบริษัทลิสซิ่ง หรือ ไฟแนนซ์ ดังนั้นเงินที่เอาประกันจะเป็นของลิสซิ่งหรือไฟแนนซ์นั่นเอง แต่สำหรับผู้เอาประกันที่ได้ผ่อนชำระค่างวดไปแล้ว ต้องติดต่อกับลิสซิ่งหรือไฟแนนซ์ สำหรับเงินที่เหลือหรือส่วนต่างของทั้งสองฝ่าย
และหากรถยนต์ลูกค้าที่รับความเสียหายได้ทำประกันภัยไว้ไม่น้อยกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ขอมูลค่ารถยนต์ในขณะที่เอาและประกันภัยและผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์ได้รับสินไหมทดแทนเต็มจำนวนทุนประกันภัยไปแล้ว จะต้องโอนกรรมสิทธิ์ในการครอบครองหรือเป็นเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าวให้กับบริษัทประกันภัย ซึ่งบริษัทประกันภัยจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการโอน ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียมการโอน ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม และอื่นๆทั้งหมด 

 สำหรับในการเคลมประกันภัย ผู้เอาประกันภัยต้องเตรียมเอกสารให้พร้อม ทั้งเอกสารใบอนุญาตการขับขี่รถยนต์ บัตรประชาชน เอกสารการแสดงสิทธิ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ ตามที่บริษัทประกันได้แจ้งไว้ เพื่อความสะดวก รวดเร็วในการซ่อม หรือรับค่าสินไหมทดแทน และที่สำคัญ อุบัติเหตุไม่ใช่เรื่องของความบังเอิญ แต่อาจจะเกิดจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ซึ่งบ้างครั้งเราไม่สามารถป้องกันได้ แต่เราสามารถทำให้ความเสียหายนั้นบรรเทาลงได้ด้วยการทำประกันภัยคุ้มครอง

 

 

 

 

 

 

 

 


         




ประกันภัยน่ารู้

เลือกซื้อบ้านอย่างไรไม่ให้ผิดหวัง
ภัยจากป้ายโฆษณาหล่นทับ ใครรับผิดชอบ
ทำอย่างไรเมื่อคู่กรณีหลบหนี
เบี้ยประกันภัยแพงเกินไป ทำอย่างไร ซื้อประกันภัยรถยนต์ให้ถูกลง
ประเภทรถที่ต้องทำและไม่ต้องทำ พรบ.
การประกันภัยทางทะเลและขนส่ง
เบี้ยประกันชีวิต เพื่อหักลดหย่อนภาษี
ทำประกันอย่างไร.. ได้ประโยชน์สูงสุด?
ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1และ2 ,3 มีความแตกต่างกันอย่างไร